ธุรกิจ Pet café กับสิทธิสัตว์เลี้ยง

 

ปัจจุบันผู้คนได้เปลี่ยนจากการอยู่บ้านมาอาศัยอยู่คอนโด อพาร์ทเม้นท์ หรือหอพักมากขึ้น สถานที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเลี้ยงสัตว์  จึงทำให้ Pet café หรือคาเฟ่สัตว์เลี้ยงเป็นที่นิยม เพราะตอบสนองความต้องการของคนรักสัตว์ได้ ซึ่งการเล่นกับสัตว์เหล่านี้จะทำให้ผ่อนคลายจากชีวิตประจำวันอันแสนหนักหน่วงได้เป็นอย่างดี

 

งานวิจัยของ Dr.Ian Cook นักจิตวิทยาและผู้อำนวยการโครงการวิจัยและคลินิกอาการซึมเศร้าของ ยูซีแอลได้กล่าวว่า ความรักที่ไม่มีเงื่อนไขของสัตว์เลี้ยงช่วยเยียวยาจิตใจกับผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าได้เพราะ สัตว์เลี้ยงจะช่วยลดความตึงเครียด และลดอาการซึมเศร้าโดยการลุกมาทำกิจกรรมต่างๆ กับสัตว์เลี้ยงนั่นเอง ในปัจจุบันคาเฟ่สัตว์เลี้ยงไม่ได้มีแค่คาเฟ่หมา คาเฟ่แมว แต่ยังมีสัตว์อื่น เช่น นกเค้าแมว กระต่าย แพะ และสัตว์เลื้อยคลาน เป็นต้น แม้ว่าการทำคาเฟ่สัตว์เลี้ยงจะเยียวยาจิตใจของผู้ใช้บริการและสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการ แต่สิ่งที่ควรคำนึงถึงเป็นอันดับแรกคือ ความสะอาดของสถานที่และสัตว์เลี้ยง รวมถึงสิทธิของสัตว์เลี้ยงที่ผู้ประกอบการนำมาหารายได้ให้แก่ตัวเอง เพราะแม้ว่าประเทศไทยยังไม่มีมาตรการทางกฎหมายโดยตรงเกี่ยวกับการประกอบกิจการคาเฟ่สัตว์ แต่พบว่ามีพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 คุ้มครองอยู่ โดยกำหนดไว้ชัดเจนว่า “มาตรา 20 ห้ามมิให้ ผู้ใดกระทําการอันเป็นการทารุณ กรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควร” และ “มาตรา 22 เจ้าของสัตว์ต้อง ดําเนินการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ให้แก่สัตว์ของตนให้เหมาะสม…” ซึ่งคุ้มครองทั้งสัตว์ป่าและสัตว์เลี้ยง

 

การนำสัตว์เลี้ยงมาใช้ประโยชน์ไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่ผู้ประกอบกิจการคาเฟ่สัตว์ควรใส่ใจดูแลสัตว์เลี้ยงเป็นอย่างดี มีมาตรฐาน ไม่ทารุณกรรมสัตว์เพราะสัตว์ทุกตัวก็มีชีวิตจิตใจและความรู้สึก ส่วนผู้ใช้บริการก็ควรสังเกตอาการของสัตว์ว่าสามารถเล่นได้หรือไม่ รบกวนเวลากินอาหารหรือไม่ ไม่ใช่ไปเพียงแค่คลายทุกข์ให้ตนเองสบายใจเพียงอย่างเดียว