สร้างยอดขายจาก Landing page ฉบับรวบรัด

        เชื่อว่าหลายคนเคยได้ผ่านการเข้าชมเว็บไซต์ ที่แต่ละหน้าจะมีทางเลือกหลายทาง ทั้งปุ่มคลิกไปเมนู บทความ ปุ่ม Subscribe follow ปุ่มตะกร้าสินค้า หรืออื่น ๆ อีกมากมาย 

        เมนูที่หลากหลายบนหน้าเว็บไซต์เหล่านี้ มีข้อดีคือช่วยให้ผู้ใช้งานได้เห็นภาพรวมของเว็บไซต์ทั้งหมดก่อน แต่ข้อด้อยก็คือจะทำให้ผู้ใช้งานแยกไม่ออก ว่าเนื้อหาไหนกันแน่ที่สำคัญ เพราะดู ๆ แล้วจะมีความสำคัญเหมือนกันหมด โดยถ้าเราอยากให้หน้าเว็บมีคอนเทนต์ที่โดดเด่นขึ้นมา ก็จะใช้การไฮไลท์หัวข้อ ปรับฟ้อนต์ให้ใหญ่ ปรับสีให้เด่นขึ้นเพียงเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้ผู้ใช้งานถูกรบกวนจากเมนูอื่น ๆ น้อยลง

        แต่ Landing Page คือเครื่องมือที่จะเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ !

        เพราะ Landing Page คือหน้าเว็บไซต์ ที่พาผู้ใช้งานเข้ามาถึงเป็นหน้าแรก (แตกต่างจากหน้า Home) เพราะจะเป็นหน้าเว็บที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เป้าหมายทางการตลาดอย่างใดอย่างหนึ่ง

        เพราะฉะนั้นการสร้าง Landing Page จึงไม่ต่างอะไรไปจากการหน้าร้านให้น่านั่ง เชื้อเชิญลูกค้าเข้ามารับชมสิ่งที่เราอยากนำเสนอ และดึงดูดให้ลูกค้าซื้อสินค้ากลับไป ลองมาดูกันว่าถ้าอยากจะเพิ่มยอดขายจาก Landing Page ควรปรับ Landing Page อย่างไรบ้าง

 

  • ต้องตอบตัวเองให้ได้ว่าใช้ Landing Page ทำอะไร

กฎข้อแรกที่สำคัญที่สุดในทุกการทำการตลาด คือต้องตอบวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายให้ได้ก่อน ว่าทำไปเพื่ออะไร สำหรับการทำ Landing Page คือต้องตอบตัวเองให้ได้ว่า ทำไปเพื่อเก็บ Email List, ขายของ หรืออยากให้เกิดการลงทะเบียน เป็นต้น โดยควรเลือกเป้าหมายที่ใช่ที่สุดเพียงเป้าหมายเดียว

  • เก็บข้อมูลที่จำเป็น

เป้าหมายของการทำ Landing Page ที่นิยมกันมากที่สุด มักจะมีการกรอกข้อมูล โดยแลกเปลี่ยนกับอะไรบางอย่าง เช่น  E-book หรือ VDO Course ซึ่งข้อมูลที่ควรจะขอให้หรอก ได้แก่ ชื่อ อีเมล อาชีพ ความสนใจ เป็นต้น เพื่อให้เราสามารถนำเสนอคอนเทนต์หรือหากลุ่มเป้าหมายที่ได้จริงๆ

  • ปุ่ม Call to action ต้องชัดเจน

Call to action คือปุ่มกระตุ้นให้คนที่อ่าน กระทำอะไรบางอย่าง เช่น การกด Subscribe, การกด Download หรือกด Shopping โดยหลักของการทำ Call to action มี 3 เรื่องง่าย ๆ คือ คำขอชัด / ขนาดชัด / สีชัด 

  • สร้างโจทย์สั้นๆ แต่ได้ใจความ

อีกหลักสำคัญของการทำ Landing Page คือ การทำตามโจทย์สั้นๆ แต่ได้ใจความ ให้คนที่เข้ามาอ่าน Landing Page อ่านแล้วรับรู้เลยว่าจะต้องทำอะไร และเมื่อทำแล้วจะได้รับอะไร เช่น ถ้าหากกด Subscribe ผ่านการกรอก Email จะได้ eBook เป็นต้น

  • ถ้าจะทำ Landing Page แบบยาว จะต้องยาวแบบมีเรื่องราว

    • สำหรับการทำ Landing Page แบบยาว จะมีหลักที่ต่างกับ Landing Page แบบสั้นพอสมควร โดยการทำ Landing Page แบบยาว มักจะทำเพื่อการขายของ หรือสร้าง Action อะไรสักอย่าง โดยการสร้าง Landing Page แบบยาวที่ดี จะต้องลงรายละเอียด ต้องบิวท์อารมณ์ และต้องใส่ Call to action เป็นระยะ

 

  • ทดลองด้วยการทำ A/B Testing

การทดลองที่เรียกว่า A/B Testing เป็นวิธีที่ที่สุดที่จะทำให้เราสร้าง Landing Page ในทิศทางที่ถูกต้อง โดยการทำ A/B Testing สำหรับ Landing Page คือการทดลองส่ง Traffic ไปยัง Landing Page ทั้ง 2 แบบ (A และ B) ด้วยจำนวนเท่าๆ กัน เพื่อวัดผลว่า Landing Page แบบไหนดีกว่า

อ่านมาจนจบ ก็อาจสรุปได้ว่าจริงๆ แล้ว Landing Page ก็คือหน้าหนึ่งของเว็บไซต์ ที่ทำหน้าที่ในการกระตุ้นให้คนที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บเกิด Action อะไรบางอย่าง ทำให้เคล็ดลับและกลเม็ดเล็กๆ น้อยๆ ของการทำ Landing Page จึงแตกต่างกับเว็บไซต์หน้าปกติไปบ้าง แต่หากใครที่สามารถทำ Landing Page ได้ดี รับรองว่าจะทำให้ยอดติดตามและยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน