เทคโนโลยีตรวจจับใบหน้าช่วยให้ตำรวจอินเดียพบเด็กที่หายไปถึง 3,000 คน

เทคโนโลยีนั้นสามารถนำมาใช้ได้หลากหลายหนทางและหนึ่งในการนำเทคโนโลยีตรวจจับใบหน้านั้นเป็นสิ่งหนึ่งที่สามารถนำมาใช้ได้ดีอย่างยิ่งในด้านการตามหาตัวบุคคล ทั้งเหล่าผู้ต้องหาหนีคดีและรวมไปถึงช่วยตามหาบุคคลที่ถูกระบุว่าสูญหายได้อีกด้วย ล่าสุดเทคโนโลยีตรวจจับนี้สามารถช่วยตามหาตัวเด็กที่หายตัวไปได้ถึง 3,000 คน

ช่วยตามหาบุคคลสูญหายให้กลับคืนบ้านได้อีกครั้ง

ในประเทศอินเดียนั้นมีเด็กที่เป็นบุคคลสูญหายถึง 200,000 กว่าคนและมีเด็กมากมายถึง 90,000 คนที่ถูกจับเข้าสู่สถาบันที่รับดูแลเด็ก หลังจากตำรวจอินเดียได้นำเทคโนโลยีตรวจจับใบหน้ามาใช้งานช่วยตรวจสอบใบหน้าบุคคลถึง 45,000 คนภายในเมืองทำให้พวกเขาค้นพบใบหน้าของเด็กที่ถูกรายงานว่าสูญหายไปถึง 3,000 คนได้ภายในระยะเวลา 4 วันเท่านั้น และพวกเขาก็ได้ช่วยเหลือในการหาทางนำพาเด็กที่สูญหายให้กลับบ้านได้

เทคโนโลยีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

ปัญหาบุคคลสูญหายเป็นปัญหาที่จัดการได้ยากในหลายประเทศและเป็นคดีที่สามารถปิดได้ยากอีกด้วย การนำเทคโนโลยีตรวจจับใบหน้ามาช่วยจัดการตามหาบุคคลสูญหายนั้นจะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกับประเทศอินเดียที่มีปัญหาเรื่องบุคคลสูญหายมาเป็นเวลานาน ต่อจากนี้ทางรัฐบาลอินเดียจะนำเทคโนโลยีนี้ไปพัฒนาต่อเพื่อให้มันสามารถช่วยตามหาตัวบุคคลสูญหายให้ได้มากขึ้น

เทคโนโลยีจะดีหรือไม่ดีนั้นคืออยู่ที่การใช้งาน แน่นอนว่าเทคโนโลยีนี้มีประโยชน์ แต่ทว่าก็มีความกังวลถึงอีกด้านหนึ่งของเทคโนโลยีตรวจจับใบหน้าว่ามันจะกลายเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวที่มากจนเกินไป เมื่อไม่ว่าจะไปที่ไหนก็จะมีภาพตรวจจับใบหน้าไว้อยู่เสมอ

 

ที่มา : independent.co.uk